มาลองขับ All New CRV 1.5 turbo 7 ที่นั่งสำหรับครอบครัวยุคใหม่

มาลองขับ All New CRV 1.5 turbo 7 ที่นั่งสำหรับครอบครัวยุคใหม่

ถ้าพูดถึงเจนเนอเรชั่นของ CRV ต้องบอกก่อนเลยว่า honda CRV เป็นรถ SUV ที่มียอดขายและจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เนื่องจากรถที่มีความเป็นอเนกประสงค์และตอบโจทย์ที่หลากหลายสไตล์ได้ทุกๆครอบครัว ดังนั้น CRV จึงเข้าไปครองใจผู้ใช้รถในเมืองไทยและต่างประเทศได้อย่างไม่ยาก รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆที่ใส่ให้มาในเจนเนอเรชั่นที่ผ่านมา และใน generation ใหม่ล่าสุดนี้ต้องบอกเลยว่า honda crv ใหม่คันนี้มีดีทั้งภายในภายนอกและเครื่องยนต์รวมถึงความหรูหราและความเป็นอเนกประสงค์ที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ตั้งแต่เปิดตัวยอดขายและจำหน่ายรวมถึงส่งมอบรถถึงขนาดข้ามปีกันเลยแสดงให้เห็นว่า CRV ยังเป็นรถที่ตลาดรถกลุ่มครอบครัวยังมีความต้องการอยู่ แม้ตลาดรถทางประเทศจีนจะเข้ามาตีกับเทคโนโลยีและราคาที่ถูกกว่า แต่ก็ไม่ได้ทำให้ยอดขายของ all new CRV กระทบกระเทือนเลย

มาดูเจ้าตัวรถ all new crv ใหม่กันบ้างครับว่ามีอะไรน่าสนใจโดยมีรุ่นย่อยดังนี้ตัว top สุดจะเป็นตัว e:HEV RS 4WD และ Turbo EL 4WD รุ่นเดียวที่มากับ 7 ที่นั่งและรุ่นที่เรานำมาทดสอบนั่นก็คือ honda crv 1.5 turbo ที่มาพร้อมกับเบาะถึง 7 ที่นั่งพูดถึงรูปลักษณ์ภายนอกของเจ้า CRV คันนี้ ภายนอกระบบไฟหน้าและไฟท้าย Full-LED ด้านข้างแอบโดนแซวว่ามีความคล้ายกับ VOLVO ตระกูล XC มาพร้อมหลังคาซันรูป ล้ออัลลอย 18 หรือ 19 นิ้วตามแต่ละรุ่นย่อย มีมิติตัวรถยาว 4,694 มม.เพิ่มขึ้น 69 มม. กว้าง 1,864 มม. เพิ่มขึ้น 10 มม. และสูง 1,681 มม. ต่ำลง 8 มม. ระยะฐานล้อ 2,700 มม. นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงส่วนของโครงสร้างตัวถังให้แข็งแรงขึ้น ซับเฟรมด้านหลังยังได้รับการเสริมความแข็งแกร่ง แร็คพวงมาลัยที่ปรับตำแหน่งใหม่เพื่อเพิ่มความรู้สึกและความแม่นยำ ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังแบบมัลติลิงค์ที่ปรับใหม่สปริงสูงขึ้น 15%

ภายในผสมผสานระหว่างคอนโซนจาก CIVIC+HR-V+CITY อย่างละนิดหน่อยความบัยเทิงรองรับ Android Auto และ Apple CarPlay แบบ wireless ความปลอดภัยแอร์แบ็ค 10 จุด Honda Sensing กล้องมองรอบคัน 360 องศา เตือนเบรกและเบรกอัตโนมัติ เตือนมุมอับ ระบบอเดปทีฟครุซคอนโทรล เป็นต้น

มาดูขุมพลังของเจ้า all new CRV 1.5 turbo คันนี้กันมาด้วยเครื่องยนต์ VTEC TURBO 1.5 ลิตร รหัส L15BE ให้กำลังสูงถึง 190 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 240 นิวตันเมตรที่ 1,700-5,000 รอบต่อนาที มาพร้อมสวิตซ์โหมดการขับขี่ (Drive Mode Switch) ได้แก่โหมดการขับขี่แบบปกติ (Normal Mode) และโหมดการขับขี่แบบประหยัด (Econ Mode) คู่กับเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (CVT) ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD และรองรับน้ำมันสูงสุด E85
รุ่นเทอร์โบ 1.5 ลิตร ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่แต่อย่างใดสามารถแบกน้ำหนัก 1.7 ตัน ไปถึงจุดหมายตามที่ปรารถนาไว้จากความดีความชอบของอัตราส่วนการอัด 10.3:1 แรงม้าที่แตะเกือบ 200 แรงบิดระดับพอเพียง 240 ด้วยรอบที่ต่ำและกว้างตั้งแต่ 1,700-5,000 รอบต่อนาที การทำงานคล่องตัวรวดเร็วไม่แพ้เครื่องไฮบริด 2 ลิตร เครื่องยนต์ทำงานราบเรียบนิ่งนุ่มนวล แซงรถได้สบายๆไม่ลากรอบ ลุ้นกันจนตัวโก่งในการขับขี่ในเมือง นอกเมืองเร่งทันใจพอสมควร ต้องเรียนรู้กันสักนิดในการกดและจังหวะความเร็วในแต่ละช่วงรับรองความหฤหรรษ์จะบังเกิด แม้อัตราสิ้นเปลืองตามที่โรงงานเคลมไว้ 14.3 กิโลเมตรต่อลิตร แต่เอาเข้าจริงได้เพียง 10-12 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าเป็นเป็นเรื่องปกติของเครื่องสันดาปล้วนติดหอย ระบบเกียร์ CVT ทำงานสัมพันธ์กับเครื่องไม่กระตุกแม้ตอนขับลงทางลาดชันยาวต่อเนื่องเกียร์จะอยู่ตำแหน่งเหมาะสมไว้เป็น Engine Brake หน่วงตอนลงมีแรงฉุดพอสมควรเพื่อเบาะภาระของเบรกและมีแป้นเหนี่ยวหลังพวงมาลัย Paddle Shift เป็นผู้ช่วยที่ดีในการขับลงเขาหรือเพิ่มกำลังไดด้อย่างดี

มาดูช่วงล่างของ CR-V เน้นหนึบแอบนุ่มบ้าง เข้าโค้งดีไม่แพ้รุ่นไฮบริดแต่เจอถนนแบบมีคลื่นถี่ๆ ความยืดหยุ่นจะมามากกว่ารุ่นไฮบริด พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าทั้งสองรุ่นแบบ DP-EPS ให้น้ำหนักดีไม่เบามาก เข้าโค้งคมในช่วงความเร็วสูงเข้าโค้ง ในขณะขับขี่ความเร็วๆทั่วไปในเมืองเบาพอดีไม่หนืดไม่หนักให้ความคล่องตัวเสมือนขับรถ City Car ไปได้ทุกซอกทุกมุม ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกสี่ล้อเบรกได้ทันใจน้ำหนักการกดแป้นแบรกสอดคล้องกับระดับการจับของตัวเบรกหยุดจากน้อยไปหามากอย่างตรงไปตรงมาไม่เบรกไหลและไม่ลึกเกินไปอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของ CR-V นั่นคือระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Real Time AWD with E-DPS แบ่งการขับเคลื่อนหลากรูปแบบเช่น 60:40 และ 50:50 รองรับการขับขี่หลายสภาพเส้นถนนเพิ่มแรงขับเคลื่อนล้อหลังในทุกความเร็วในส่วนขณะขับบนทางลาดชันให้ความเร็วดีขึ้นและควบคุมเข้าโค้งอย่างมั่นใจ

เรื่องระบบ ความปลอดภัย Honda SENSING ให้ครบทุกรุ่นย่อยผสานการทำงานของกล้องด้านหน้าและเรดาร์ ในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ดังนี้ ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS), ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) เตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW) ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) ปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) และ เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)