Mazda CX-30 เปิดมุมมอง ขยายมิติใช้ชีวิตรูปแบบใหม่

    เชื่อว่าหลายคนคงปรับตัวการใช้ชีวิตกันอยู่พอสมควรในช่วงสถานการณ์โควิด-19 อยากจะติดขัดอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าเราจะใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ให้กลายเป็นความปกติมากขึ้น เช่นเดียวกับ Mazda CX-30 ที่เข้ามาเติมเต็มไลฟ์สไตล์และพร้อมพาทุกคนออกไปค้นหาสิ่งใหม่ๆ เปิดเส้นทางใหม่ในการใช้ชีวิตประจำวันด้วยครอสโอเวอร์เอสยูวีที่จะพาคุณไปได้ในทุกที่ทุกเส้นทาง

        Mazda CX-30 รุ่นนี้ พูดง่ายๆ มันเหมือน Mazda3 ที่ขยับตัวเองขึ้นมาเป็นรถครอสโอเวอร์เอสยูวี ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ตัวถัง การออกแบบภายใน มันให้อารมณ์สปอร์ตซีดานแบบนั้นจริงๆ แต่มาในร่างใหม่ที่พร้อมลุยได้มากกว่า ซึ่งมี 4 เรื่องที่น่าสนใจ คือ รถคันนี้มีขนาดที่พอเหมาะกับการใช้งานทุกประเภท, มีการออกแบบที่สร้างความรู้สึกให้มีความสุขเมื่อได้สัมผัส, ห้องโดยสารที่แบ่งปันความสนุกกับครอบครัว เพื่อนฝูง และสุดท้ายมีสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งาน ขุมพลังจัดจ้าน ความปลอดภัยเป็นเลิศ ซึ่งทั้งหมดนี้มีอยู่ใน Mazda CX-30 ดูเหมือนทุกอย่างจะดูเพอร์เฟค…

        แต่มาติดอยู่อย่างเดียวคือ พื้นที่เบาะนั่งฝั่งผู้โดยสารตอนหลังที่แม้ว่าจะกว้างและนั่งสบายมากขึ้น มันกลับทำให้รู้สึกว่าองศาของเบาะยังคงชันเกินไป ทำให้นั่งทางไกลน่าจะเมื่อยหลังแน่นอน คือถ้าเบาะหลังเอนเพิ่มได้อีกหน่อยจะนั่งได้สบายมากขึ้น และจะเป็นเบาะหลังที่นั่งสบายที่สุดของมาสด้ากันเลยทีเดียว จุดนี้รู้สึกขัดใจนิดหน่อย แต่โดยรวมถือว่าทำห้องโดยสารให้นั่งสบายเกือบจะเท่ากับ CX-5 เลยเหมือนกัน

         ส่วนเรื่องของหน้าตา แน่นอนว่าสไตล์การออกแบบโคโดะดีไซน์ ดูจะเหมือนๆ กันหมด ยอมรับว่ายังคงสวยงามตามท้องเรื่องเสมอ ด้านห้องโดยสารในภาพรวมถือว่าออกแบบได้สวยสะใจ เลือกใช้วัสดุต่างๆ ที่มีคุณภาพดี ให้ความรู้สึกพรีเมียม โดยเฉพาะฝั่งผู้โดยสารตอนหน้าและผู้ขับนั่งได้สบายและกระชับดีมาก ให้อารมณ์เหมือนกับการได้ขับรถหรูราคาแพงแบบนั้นเลย

        ในด้านของการขับ Mazda CX-30 ให้ความกระชับกระเฉงและฉับไวในการตอบสนองกับคันเร่งได้อย่างดี ช่วงล่างทำได้ยอดเยี่ยมเช่นเคย มีความนุ่มนวล เข้าโค้งตัวถังไม่มีโยน แม้ว่าจะมีแอบแข็งกระด้างนิดๆ แต่โดยรวมถือว่าเป็นรถที่ขับสนุกในทุกสภาพพื้นผิวทางจริงๆ รวมทั้ง SKYACTIV-G รุ่นล่าสุด พ่วงด้วยระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง G-Vectoring Control Plus เสริมให้ขับทั้งสนุกและรู้สึกปลอดภัย ตรงนี้เป็นจุดเด่นในด้านการขับที่ทำให้รู้สึกสนุก นอกเหนือจากสมรรถนะของขุมพลังสกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที เป็นอะไรที่ไว้เนื้อเชื่อใจกันได้อยู่แล้ว

       นอกจากนี้ พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น มีความจุสัมภาระขนาด 317 ลิตร ขนาดกว้างพอที่จะรองรับรถเข็นเด็กและกระเป๋าเพิ่มอีกหนึ่งใบ เช่น กระเป๋าเดินทางที่สามารถถือขึ้นเครื่องบินได้ ในขณะที่ประตูท้ายที่มีขนาดกว้าง 1,020 มิลลิเมตร ทำให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระและใช้งานได้ง่ายในทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ การวิจัยตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomic) พบว่า การออกแบบที่ให้ความสูงของขอบห้องสัมภาระท้ายต่ำในระดับ 731 มิลลิเมตรจากพื้น จะช่วยลดการออกแรงทางกายภาพในขณะที่ขนถ่ายสินค้าที่หนักหรือกระเป๋าเดินทาง

          ในส่วนของเทคโนโลยีความเพลิดเพลิน Mazda CX-30 ใช้จอแสดงผล Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้ว แบบอักษรที่ใช้นั้นเป็นแบบเดียวกันกับที่ใช้ในหน้าจอแสดงผลการขับขี่และมาตรวัดเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่น่าพึงพอใจและสอดคล้องกัน การควบคุมข้อมูลที่จอแสดงผล Center Display ทำได้โดยใช้ปุ่มควบคุมอัจริยะและระบบแสดงตัวอย่างเมนูที่ใช้งานง่าย สอดคล้องกับข้อมูลที่แสดงบนจอแสดงผล ซึ่งถูกควบคุมโดยการใช้ปุ่มควบคุมอัจริยะ ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน c]tยังมาพร้อมกับระบบเสียงลำโพง 12 ตัว ที่พัฒนาร่วมกับ Bose Corporation ด้วยรูปแบบการจัดวางลำโพงพื้นฐานของระบบ Mazda Harmonic Acoustics ลำโพง 12 ตัวของระบบเสียง Bose®ประกอบด้วยลำโพงเสียงต่ำขนาด 3 ลิตร ที่ติดตั้งบริเวณด้านข้างของคอนโซลหน้า ลำโพงเสียงแหลมขนาด 2.5 เซนติเมตร ที่ด้านซ้ายและขวาของกระจกมองข้าง และลำโพงเสียงกลางขนาด 8 เซนติเมตร ในส่วนบนของแผงประตูหน้าและหลัง เพิ่มลำโพงกลาง 8 ซม.กลางคอนโซลหน้าด้านบน ลำโพงคู่หลังและซับวูฟเฟอร์ นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งเสียงได้เองเพื่อมอบเสียงเบสที่ทรงพลังและคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นในแบบของ Bose® นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้โดยสารในห้องโดยสารเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์เสียงรอบทิศทางที่นำเสนอด้วย Centrepoint®2 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเสียงของ Bose อยากจะแนะนำว่าให้เซฟไฟล์เสียงดีเอาไว้เปิด แล้วจะรู้ว่าเครื่องเสียงที่ติดตั้งมานี้มันจำเริญใจมากๆ เลย

          ที่นี้มาดูราคาขายกันบ้าง Mazda CX-30 มีจำหน่าย 3 รุ่น คือ รุ่น 2.0 C ราคา 989,000 บาท, รุ่น 2.0 S ราคา 1,099,000 บาท และรุ่น 2.0 SP ราคา 1,199,000 บาท เป็นราคาที่เลือกเป็นเจ้าของได้ แม้ว่าจะมีตัวเลือกอื่นในตลาดที่มีสเปคที่ใกล้เคียงกัน แต่หากต้องการรถที่มีสไตล์เป็นของตัวเองที่ชัดเจน มีความโดดเด่น และสร้างความสุข ความสนุกในทุกครั้งที่ได้ขับ Mazda CX-30 คันนี้ถูกลงความเห็นในทีม Autospeed2 กันแล้วว่า…ถ้าคุณมีสไตล์เป็นของตัวเองไม่ชอบเหมือนใคร และพร้อมค้นหาเส้นทางใหม่ๆ Mazda CX-30 คือรถที่คู่ควรจริงๆ