Nissan Kicks e-Power พลังขับเคลื่อนยุคใหม่ แรงแบบไฟฟ้า แค่เติมน้ำมัน

      ยอมรับว่าเป็นรถรุ่นที่ดราม่าตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว จนถึงวันนี้ยังมีกระแสดราม่าไม่เลิก แต่เอาเป็นว่าใครรักใครชอบแบบไหนก็เลือกเอาตามที่รักที่ชอบก็แล้วกัน ไม่ต้องดราม่าหรือมาบูลลี่กันให้เสียอารมณ์ ขนาดภรรยายังสวยไม่เหมือนกันเลย นับประสาอะไรกับการเลือกเป็นเจ้าของรถสักคันหนึ่ง…เลือกเอาที่ชอบที่เหมาะสมกับการใช้งานของเราก็เพียงพอแล้ว

       กลับมาเข้าเรื่องกันบ้าง เรื่องสเปคต่างๆ น่าจะพอรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร วันนี้จะมาพูดถึงการลองขับกันแบบเต็มที่ กดเป็นกด สาดเป็นสาด แบบไม่มียั้ง ให้ได้รู้ว่าอารมณ์การขับนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ มันดีหรือไม่ดียังไง

      เริ่มด้วยการออกตัว จุดนี้ประทับใจที่สุด เพราะให้การออกตัวที่ทันใจมาก แน่ล่ะ..ก็แรงบิด 260 นิวตันเมตร ตะกุยสู่ล้อในทันทีตั้งแต่กดคันเร่ง เหมือนกับรถไฟฟ้า 100% ไม่มีผิดเพี้ยน แถมยังทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาป้วนเปี้ยนอยู่ที่ 9-10 วินาทีเท่านั้น!! นั่นเท่ากับว่านิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ คันนี้ ทำความเร็วได้ดีที่สุดในกลุ่ม และทำได้ดีกว่าคู่แข่งที่เป็นไฮบริดในพิกัดตัวถังเดียวกันอีกด้วย เรื่องอัตราเร่งนี่ใครบอกว่าช้ามีเคืองแน่นอน

        การควบคุมเป็นยังไง จากที่ได้ลองขับแบบเต็มสนาม ขับแบบสลาลอม และจิมคาน่า ทีมวิศวกรนิสสันทำการบ้านมาดีมาก หากมองที่ตัวถังสไตล์ครอสโอเวอร์แบบนี้น่าจะต้วมเตี้ยม เข้าโค้งน่าจะโยนๆ อยู่บ้าง แต่พอลองจริงกับได้ผลตรงกันข้าม พวงมาลัยคม ควบคุมทิศทางได้แม่นมาก ช่วงล่างรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี เข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ย้ำว่าความเร็วสูงจะมีเสียอาการอยู่บ้าง แต่ระบบช่วยเหลือเข้ามาช่วยได้เร็วทำให้ควบคุมทิศทางได้ปลอดภัยขึ้น แต่หากขับด้วยความเร็วปกติแบบที่คนทั่วไปขับ นี่จะเป็นช่วงล่างที่ดีมากๆ ในภาพรวมถือว่าช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวทำได้ประทับใจอีกเช่นกัน

 

       จากนั้นลองเทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ วัน-เพดัล (One-Padal) ที่เร่ง-ลดความเร็ว และหยุดรถ ด้วยการใช้แป้นคันเร่งเพียงอย่างเดียว ตรงจุดนี้ต้องปรับตัวกับการใช้งานสักหน่อย แต่ไม่นานก็จะใช้ได้คล่อง มันสะดวกและสบายมาก หากต้องขับรถในเมืองที่การจราจรแออัด ผู้ขับไม่ต้องสลับเท้าจากคันเร่งมาเบรก จากเบรกมาคันเร่ง ระบบจะช่วยกะระยะห่างจากรถคันหน้าให้ด้วย ทำให้ไม่เกิดการชน การยกเท้าจากคันเร่ง รถจะชะลอเบรกได้ถึงขนาดที่เบรกจนรถหยุดนิ่งได้อีกด้วย ซึ่ง วัน-เพดัล มีอยู่ในนิสสัน ลีฟ รถไฟฟ้า 100% ด้วยเช่นกัน แต่จะใช้ชื่อว่า อี-เพดัล (e-Padal) แต่เมื่อลองใช้งานทั้งสองรุ่นแล้ว นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ปรับการใช้งาน วัน-เพดัล ให้ง่ายและลดแรงดึงเมื่อยกเท้าออกจากคันเร่งได้ราบเรียบมากขึ้น

        ในภาพรวมถือว่าประทับใจในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของระบบขับเคลื่อนและช่วงล่าง ถ้าถามว่ามันจะน่าใช้หรือไม่ ต้องถามกลับมาคุณคิดว่านิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ มันโดนใจคุณหรือเปล่า และคุณชอบในเทคโนโลยีแบบนี้หรือไม่ เพราะจากที่ทีมงาน Autospeed2 ได้ทดลองขับรถหลากหลายรุ่น หลายยี่ห้อ หลายเทคโนโลยี ยอมรับว่า อี-พาวเวอร์ เหมาะมากกับการใช้งานของคนไทย

         ทำไมน่ะเหรอ…ถ้าเป็นรถปลั๊กอิน ไฮบริด หรือ PHEV ใช้ทั้งเครื่องยนต์และไฟฟ้าผสมกัน ให้ทั้งความประหยัด อัตราเร่งดี เติมน้ำมันได้ แต่คุณจำเป็นต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟนะ ไม่งั้นแบตเตอรี่อาจจะมีปัญหาตามมาได้ แล้วราคาล้านกว่า..ไหวรึเปล่า หรือถ้าเป็นรถไฟฟ้า 100% หรือ รถ EV แบตเตอรี่ใหญ่ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ อัตราเร่งดี เร็วและแรง แต่มีระยะขับที่จำกัด ต้องหาจุดชาร์จ หรือต้องชาร์จไฟที่บ้านทุกวัน ค่าไฟต่อการชาร์จไม่แพงหรอก

       แต่ราคาทะลุล้านไปแตะสองล้าน การจะเป็นเจ้าของต้องคิดเยอะเหมือนกันนะ ส่วน อี-พาวเวอร์ แน่นอนว่ามองผ่านๆ มันก็เป็นรถไฮบริดนั่นแหละ แต่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ใช้พลังงานจากเครื่องยนต์มาปั่นไฟ คุณไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมด คุณใช้งานเหมือนรถทั่วไปที่เติมน้ำมัน แต่ได้อัตราเร่งที่เหมือนกับรถไฟฟ้า อัตราประหยัดพอๆ กับรถไฮบริดและรถอีโคคาร์ ที่สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้น 889,000 บาท พวกเราลงความเห็นว่ามันคุ้มนะกับ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ คันนี้ สุดท้ายก็แล้วแต่คุณแล้วล่ะ ว่าจะเลือกหรือไม่เลือก มันใช้หรือไม่ใช่สำหรับคุณ.