ROLLS-ROYCE MOTOR CARS

ROLLS-ROYCE MOTOR CARS
ประสบความสำเร็จสร้างสถิติยอดขายใหม่ปี 2565

  • Rolls-Royce Motor Cars เผยยอดจำหน่ายในปีพ.ศ. 2565 ที่ 6,021 คันเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีพ.ศ. 2564
  • มูลค่าการสั่งผลิตยนตรกรรมบีสโป๊กสูงสุดในประวัติศาสตร์ 118 ปีของแบรนด์สะท้อนถึงตำแหน่งของบริษัทในฐานะ House of Luxury อย่างแท้จริง
  • ตลาดสหรัฐอเมริกา ประเทศจีน และประเทศในทวีปยุโรปเป็นผู้นำด้านยอดขายทั่วโลก
  • ภูมิภาคออสตราเลเซียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีการเติบโตเช่นกันโดยได้การสนับสนุนจากกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น
  • จำนวนยอดสั่งจองยนตรกรรมทุกรุ่นเต็มถึงภายในปีพ.ศ. 2566
  • ยอดสั่งจองล่วงหน้า Spectre ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบสูงเกินความคาดหมายที่แบรนด์คาดหวังไว้
  • สถิติยอดขายใหม่ประจวบกับการครบรอบ 20 ปีของการเริ่มต้นสายการผลิตเต็มรูปแบบที่ Home of Rolls-Royce ที่กู้ดวูด
  • สร้างงานใหม่มากกว่า 150 ตำแหน่งในปีพ.ศ. 2565 ที่ Home of Rolls-Royce ที่กู้ดวูด
  • Home of Rolls-Royce มีพนักงาน 2,500 คนซึ่งเป็นตัวแทนจากกว่า 50 สัญชาติ

ปีพ.ศ. 2565 เป็นปีที่สำคัญยิ่งของ Rolls-Royce Motor Cars ไม่เพียงแต่เราได้เปิดตัว Rolls-Royce Spectre ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกของแบรนด์สู่สายตาชาวโลกเท่านั้น  แต่ยังเป็นปีแรกที่เราส่งมอบรถยนต์มากกว่า 6,000 คันในระยะเวลา 12 เดือนเนื่องด้วยความต้องการที่แข็งแกร่งของลูกค้าที่มีต่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์ทั้งหมดของเรา  แต่ในฐานะ House of Luxury อย่างแท้จริง จำนวนยอดขายไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จเพียงอย่างเดียวของเราเพราะเราไม่ได้เป็นและไม่มีวันเป็นผู้ผลิตยานยนต์ในจำนวนมาก ๆ   

บีสโป๊กคือ Rolls-Royce และยอดการสั่งผลิตยานยนต์บีสโป๊กในปีที่ผ่านมานั้นก็สูงเป็นประวัติการณ์อีกด้วย โดยคำสั่งผลิตของลูกค้ามีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์และเรียกร้องทางเทคนิคมากขึ้น ซึ่งเป็นความท้าทายที่เรายินดีน้อมรับด้วยความเต็มใจ  ความคิดสร้างสรรค์และคุณภาพของการสั่งผลิตแบบบีสโป๊กที่ไม่มีใครเสมอเหมือนของทีมงานของเราในกู้ดวูด หมายความว่า โดยเฉลี่ยแล้วลูกค้าของเรายินดีที่จะจ่ายเงินประมาณห้าแสนยูโรสำหรับรถยนต์ที่ไม่เหมือนใครของพวกเขา

แน่นอนว่าความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ในปีพ.ศ. 2566 Home of Rolls-Royce ที่กู้ดวูดครบรอบ 20 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เราได้พลิกโฉมธุรกิจของเราผ่านกลยุทธ์ระยะยาวบนพื้นฐานการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน  การบริหารจัดการและการวางแผนอย่างรอบคอบ ความแน่วแน่ในการสร้างผลกำไรและดูแลรักษา  แบรนด์ Rolls-Royce ด้วยความเคารพแต่นำเสนอในรูปแบบใหม่ที่ล้ำสมัย  เราประสบความสำเร็จเพราะเรารับฟัง และพัฒนายานยนต์ของเราอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับรสนิยมและความต้องการของลูกค้า มีความตั้งใจทำให้แบรนด์ของเรามีความสดใหม่ในขณะที่ยังคงรักษาความพิเศษและความเป็นของหายากที่มีมาตั้งแต่แบรนด์เริ่มถือกำเนิดเอาไว้  กลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์ของเราได้ขยายตัวอย่างมากและในช่วงปลายปีนี้เราจะทำการเปิดตัว Rolls-Royce Spectre ยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่เป็น Ultra-Luxury Electric Super Coupé แรกของโลก และปัจจุบันเรามีพนักงาน 2,500 คนที่กู้ดวูด โดยมีการสร้างงานใหม่กว่า 150 ตำแหน่งในปีพ.ศ. 2565 เพียงปีเดียว  แต่บางทีสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราไม่เคยให้สไตล์อยู่เหนือส่วนสาระสำคัญของยนตรกรรม  โดยในแง่ของเทคโนโลยี คุณภาพ และความหรูหรา Rolls-Royce ยังคงยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดของที่สุดอย่างที่เคยทำมาเสมอมา

Torsten Müller-Ötvös, Chief Executive Officer, Rolls-Royce Motor Cars

สรุปข่าวประชาสัมพันธ์

Rolls-Royce ประสบความสำเร็จด้วยยอดขายประจำปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีพ.ศ. 2565 โดยส่งมอบรถยนต์ทั้งหมด 6,021 คันให้แก่ลูกค้าในกว่า 50 ประเทศทั่วโลกสะท้อนการเติบโตถึง 8% จากในปีพ.ศ. 2564 นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 118 ปีของบริษัทที่มียอดจำหน่ายเกิน 6,000 คันในระยะเวลา 12 เดือน นอกจากนี้มูลค่ายอดการสั่งผลิตพิเศษบีสโป๊กยังเติบโตขึ้นเป็นประวัติการณ์ในขณะที่ความต้องการในยานยนต์ Rolls-Royce ทุกรุ่นยังคงมีอยู่สูงมากด้วยยอดสั่งจองล่วงหน้าจนถึงภายในปีพ.ศ. 2566

ในปี พ.ศ. 2565 Rolls-Royce มียอดขายเพิ่มขึ้นในเกือบทุกภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตที่แข็งแกร่งแบบปีต่อปีในภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชีย-แปซิฟิก สหรัฐอเมริกาและยุโรป  ที่มีนัยสำคัญกว่าจำนวนรถยนต์ที่ขายได้ก็คือมูลค่าของการสั่งผลิตพิเศษบีสโป๊กตามความต้องการของลูกค้านั้นสูงกว่าที่เคยมีมา  ความเป็นไปได้ที่แทบไม่มีที่สิ้นสุดสำหรับการสั่งผลิตพิเศษตามความต้องการเฉพาะบุคคลส่งผลให้ลูกค้ายินดีจ่ายเงินโดยเฉลี่ยประมาณห้าแสนยูโรสำหรับยนตรกรรมโรลส์-รอยซ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของตน  ต้องขอบคุณข้อเสนอพิเศษเฉพาะของบริการบีสโป๊กของ Rolls-Royce ที่ไม่มีใครเทียบได้ และการที่บริษัทมุ่งเน้นการสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่องทำให้แบรนด์สามารถมอบผลตอบแทนอย่างมีนัยสำคัญแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 

ส่วนตะวันออกกลางเป็นภูมิภาคชั้นนำสำหรับการสั่งผลิตแบบบีสโป๊กของแบรนด์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสั่งผลิตยานยนต์บีสโป๊กแบบคอลเล็กชั่นและแบบเฉพาะบุคคล ดังนั้นในปีพ.ศ. 2565 Rolls-Royce จึงได้เปิด Private Office แห่งแรกนอกกู้ดวูดในดูไบสำหรับลูกค้าผู้ได้รับการเชิญเท่านั้นเป็นการนำ Home of Rolls-Royce ให้เข้ามาใกล้ชิดกับลูกค้าของแบรนด์ในภูมิภาค โดยสำนักงานย่อยอีกหลายแห่งที่คล้ายคลึงกันนี้จะเปิดให้บริการทั่วโลกในอนาคตอันใกล้

ทวีปอเมริกาเติบโตอย่างอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปีพ.ศ. 2565 และยังคงเป็นภูมิภาคเดียวที่ใหญ่ที่สุดของ Rolls-Royce โดยตลาดเกือบทั้งหมดมียอดขายสูงกว่าปีก่อนหน้า  ประเทศจีนมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับโรลส์-รอยซ์ และเป็นภูมิภาคที่มียอดจำหน่ายสูงเป็นอันดับสองของแบรนด์ แม้ว่าจะมีอุปสรรคที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายลดลงในระดับตัวเลขหลักเดียว (a single-digit) เมื่อเทียบกับสถิติในปีพ.ศ. 2564 อย่างไรก็ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นในตลาดอื่น ๆ ก็ช่วยผลักดันให้ยอดขายโดยรวมของภูมิภาคอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

ถึงแม้จะมีความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงส่งผลกระทบต่อทวีปยุโรป  แต่ภูมิภาคนี้เติบโตโดยรวมในปีพ.ศ. 2565 โดยมียอดขายสูงเป็นประวัติการณ์ในหลายตลาด รวมถึงสหราชอาณาจักรและเยอรมนี  อีกทั้ง ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมียอดขายสูงกว่าที่เคยเป็นมา

ความสำเร็จที่ไม่เคยมีมาก่อนของ Rolls-Royce นี้เกิดขึ้นพร้อมกับการที่บริษัทฉลองครบรอบ 20 ปีของ Home of Rolls-Royce ที่กู้ดวูดในเดือนมกราคม 2566 การเปลี่ยนแปลงของบริษัทจากการนำเสนอยานยนต์เพียงรุ่นเดียวคือ Phantom และการรังสรรค์ยนตรกรรมเพียงหนึ่งคันต่อวันมาเป็นสถิติตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันนี้เป็นผลมาจากกลยุทธ์ระยะยาวบนพื้นฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน การบริหารจัดการและวางแผนอย่างรอบคอบ และความสำเร็จของการนำเสนอแบรนด์ในรูปแบบใหม่   โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา Rolls-Royce ได้มุ่งมั่นในการปรับแต่งและปรับตัวให้แบรนด์และกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์มีความสดใหม่เพื่อสะท้อนถึงความต้องการ รสนิยม และข้อมูลประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งความพิเศษเฉพาะตัวและความเป็นของหายากที่มีมานับตั้งแต่แบรนด์เริ่มถือกำเนิด  RollsRoyce เป็นทั้งแบรนด์ที่หรูหราอย่างแท้จริงและเป็นบริษัทที่เน้นนวัตกรรมและวิศวกรรมเป็นหลัก RollsRoyce จึงยังคงเป็นตัวแทนของงานหัตถศิลป์ เทคโนโลยี ความหรูหรา และความคิดสร้างสรรค์ในระดับขั้นสุดเฉกเช่นที่เคยเป็นเสมอมา


ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็ม

อนาคตที่สร้างขึ้นบนรากฐานที่แข็งแกร่ง

ในปีพ.ศ. 2565 นอกจากเป็นปีที่ Rolls-Royce Spectre ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกของแบรนด์ได้ถูกเผยโฉมแล้ว Rolls-Royce Motor Cars ยังได้สร้างสถิติยอดขายทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ 118 ปีของบริษัท  ทั้งนี้ จำนวนรถยนต์โดยรวมที่ส่งมอบให้แก่ลูกค้าทั่วโลกอยู่ที่ 6,021 คันเพิ่มขึ้น 8% จากสถิติเดิมที่ 5,586 คันในปีพ.ศ. 2564 ความสำเร็จที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการฉลองครบรอบ 20 ปีของ Home of Rolls-Royce ที่กู้ดวูดในเดือนมกราคม 2566

แต่ในฐานะ House of Luxury อย่างแท้จริง จำนวนยอดขายไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จเพียงอย่างเดียวเพราะ Rolls-Royce ไม่ได้เป็นและไม่มีวันเป็นผู้ผลิตยานยนต์ในจำนวนมาก ๆ  บีสโป๊กคือ Rolls-Royce และมูลค่าการสั่งผลิตยนตรกรรมบีสโป๊กก็สูงเป็นประวัติการณ์อีกด้วย โดยคำสั่งผลิตของลูกค้าที่ต้องการความงดงามประณีตและบ่อยครั้งมักร้องขอสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นปัจเจก ส่งผลให้เกิดความท้าทายของจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นความท้าทายที่ทีมงาน Bespoke Collective ที่ประกอบด้วยทีมนักออกแบบ วิศวกรและช่างฝีมือประจำที่ Home of Rolls-Royce ที่กู้ดวูดยินดีน้อมรับ  

นอกเหนือจากการสั่งผลิตยนตรกรรมบีสโป๊กของประเภทยานยนต์เพียงหนึ่งเดียวและแบบคอลเล็กชั่นแล้ว Rolls-Royce ได้เผยโฉมยนตรกรรม Boat Tail คันใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นบนตัวถังแบบสั่งทำพิเศษ (Coachbuild) ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในสามยนตรกรรม Boat Tail ที่ได้ถูกรังสรรค์ขึ้น   การรังสรรค์ตัวถังแบบสั่งทำพิเศษสะท้อนถึงสุดยอดงานหัตถศิลป์และเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ระยะยาวของเรา ซึ่งโครงการต่อ ๆ ไปของเราอยู่ในระหว่างการพัฒนาแล้ว

ความเป็นไปได้ที่แทบจะไม่มีที่สิ้นสุดถูกนำเสนอโดยการสั่งผลิตพิเศษแบบบีสโป๊กยังได้สนับสนุนความสำเร็จในการสร้างผลกำไรของแบรนด์ในปีพ.ศ. 2565 เนื่องจากลูกค้ายินดีที่จะจ่ายเงินประมาณห้าแสนยูโรสำหรับ

ยนตรกรรมโรลส์-รอยซ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของตน   Rolls-Royce ในฐานะที่เป็น House of Luxury โดยเน้นที่ผลกำไรตอบแทนไม่ใช่จำนวนรถยนต์ที่ขายได้ ด้วยการที่เป็นยานยนต์ที่มีจำนวนจำกัดและหายากผลักดันให้การสร้างและรักษาความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่โดดเด่นนั้นยังคงอยู่ต่อไป

การเติบโตทั่วโลก 

สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดโดยรวมที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์อีกครั้งเนื่องจากเป็นครั้งแรกที่กลุ่มนักธุรกิจชาวอเมริกันรุ่นใหม่ ผู้สร้างความมั่งคั่ง และผู้สร้างงานต่างให้ความสนใจยนตรกรรมโรลส์-รอยซ์ 

ประเทศจีนยังคงมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ที่มีนัยสำคัญต่อแบรนด์ เนื่องจากเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ความสำเร็จอย่างสูงในเซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง รวมถึงใน ‘กลุ่มเมืองชั้นรอง’ เช่น หางโจวและเซินเจิ้น

ช่วยสนับสนุนยอดขายทั่วทั้งภูมิภาค แม้ว่าจะมีอุปสรรคที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายลดลงในระดับตัวเลขหลักเดียว (a single-digit) เมื่อเทียบกับสถิติในปีพ.ศ. 2564 อย่างไรก็ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นในตลาด

อื่น ๆ ก็ช่วยผลักดันให้ยอดขายโดยรวมของภูมิภาคอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

ยอดขายรถยนต์โรลส์-รอยซ์ในทวีปยุโรปทุบสถิติสูงสุดใหม่ในปีพ.ศ. 2565 แม้จะมีความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงส่งผลกระทบต่อภูมิภาคนี้ก็ตาม  ซึ่งรวมถึงยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในตลาดหลายแห่งรวมถึงสหราชอาณาจักรและเยอรมนี

ส่วนตะวันออกกลางเป็นภูมิภาคชั้นนำสำหรับการสั่งผลิตแบบบีสโป๊กของแบรนด์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสั่งผลิตยานยนต์บีสโป๊กแบบคอลเล็กชั่นและแบบเฉพาะบุคคล ดังนั้นในปีพ.ศ. 2565 Rolls-Royce จึงได้เปิด Private Office แห่งแรกนอกกู้ดวูดในดูไบสำหรับลูกค้าผู้ได้รับการเชิญเท่านั้นเป็นการนำ Home of Rolls-Royce ให้เข้ามาใกล้ชิดกับลูกค้าของแบรนด์ในภูมิภาค โดยสำนักงานย่อยอีกหลายแห่งที่คล้ายคลึงกันนี้จะเปิดให้บริการทั่วโลกในอนาคตอันใกล้

ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของความสำเร็จของ Rolls-Royce ทั่วโลกด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในปีพ.ศ. 2565  ในประเทศญี่ปุ่นกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จกำลังสนใจลงทุนในยานยนต์โรลส์-รอยซ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่เกาหลีแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมากในช่วงสองปีที่ผ่านมาโดยมีศักยภาพที่จะกลายเป็นตลาดชั้นนำของ RollsRoyce ในภูมิภาคในอนาคตอันใกล้นี้   อีกทั้ง ภูมิภาค

ออสตราเลเซียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีการเติบโตเช่นกันโดยได้การสนับสนุนจากกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น

ความต้องการที่แข็งแกร่งในยนตรกรรมทุกรุ่น 

หลังจากการเปิดตัวที่ประสบความสำเร็จในเดือนตุลาคม ยอดสั่งจองล่วงหน้าสำหรับ Spectre ยนตรกรรมประเภท Ultra-Luxury Electric Super Coupé คันแรกของโลกได้รับการตอบรับที่เกินความคาดหมายมากเกินกว่าที่บริษัทคาดหวังไว้  การส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้ารายแรกจะมีขึ้นในไตรมาสที่สี่ของปีพ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นก้าวแรกของแบรนด์ที่จะไปสู่การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบภายในสิ้นปีพ.ศ. 2573  ในขณะที่ความต้องการในยานยนต์ Rolls-Royce ทุกรุ่นในปัจจุบันยังคงมีอยู่สูงมากโดยมียอดสั่งจองล่วงหน้าจนถึงภายใน

ปีพ.ศ. 2566

ในปีพ.ศ. 2565 Cullinan ได้ครองตำแหน่งยนตรกรรมโรลส์-รอยซ์ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะที่ Ghost เป็นยานยนต์รุ่นที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก   ส่วนยนตรกรรมในตระกูล Black Badge ซึ่งเป็นยานยนต์โรลส์-รอยซ์ที่มีอีกหนึ่งตัวตนที่มีความขบถมากกว่าได้มีการเติบโตขึ้นอย่างน่าทึ่ง

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ 

Rolls-Royce Motor Cars เป็นเรื่องราวความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของอังกฤษ ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและในวงกว้างของสหราชอาณาจักร

มีการสร้างงานใหม่มากกว่า 150 ตำแหน่งในปีพ.ศ. 2565 โดยปัจจุบันมีพนักงาน 2,500 คนซึ่งเป็นตัวแทนจากกว่า 50 สัญชาติทำงานที่ Home of Rolls-Royce ที่กู้ดวูด นอกจากนี้ สำนักงานใหญ่ของแบรนด์ยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญระดับประเทศในการฝึกอบรมและพัฒนาช่างฝีมือทักษะสูง วิศวกร และนักสร้างสรรค์ 

อีกทั้ง Rolls-Royce ให้การสนับสนุนผู้ฝึกงานและบัณฑิตผู้เข้ารับการอบรมมากกว่า 100 คน รวมทั้งพนักงานฝึกหัดในจำนวนที่ใกล้เคียงกันทุกปี

Home of Rolls-Royce ซึ่งครบรอบ 20 ปีในปีพ.ศ. 2566 ยังคงเป็นสถานที่แห่งเดียวในโลกที่ออกแบบและผลิตยนตรกรรม Rolls-Royce โดยทุกคันต้องสั่งผลิตและมีคุณสมบัติพิเศษแบบบีสโป๊กตามความต้องการของลูกค้า  Rolls-Royce ได้ซื้อที่ดินทางด้านฝั่งตะวันออกของโรงงานปัจจุบันเพื่อขยาย ปรับปรุงให้ทันสมัย และยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ โดยหลักแล้วเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของบริการสั่งทำพิเศษบีสโป๊ก

Torsten Müller-Ötvös, Chief Executive Officer, Rolls-Royce Motor Cars กล่าวสรุปว่า ในขณะที่Home of Rolls-Royce ที่กู้ดวูดครบรอบ 20 ปี ผลประกอบการเหล่านี้ยืนยันได้ว่า Rolls-Royce Motor Cars คือเรื่องราวความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของอังกฤษ   ธุรกิจของเราสร้างขึ้นจากรากฐานที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง และเราได้รับการสั่งจองยนตรกรรมล่วงหน้าถึงภายในปีพ.ศ. 2566 และในขณะที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงความท้าทายที่เกิดขึ้นทั่วโลกและปัจจัยทางเศรษฐกิจที่จะเป็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า ต้องขอบคุณกลยุทธ์การขายทั่วโลกของเรา เราคาดการณ์ไปในทิศทางเชิงบวกว่าปีพ.ศ. 2566 จะเป็นอีกปีที่แข็งแกร่งสำหรับ Rolls-Royce

แต่ความสำเร็จครั้งนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากทีมงานที่น่าทึ่งของเราที่กู้ดวูดและในสำนักงานประจำภูมิภาคของเราทั่วโลก ซึ่งทั้งหมดคือครอบครัว Rolls-Royce   การอุทิศตนให้กับการทำงานของพวกเขานั้นมากกว่าการใช้ทักษะขั้นสูง พรสวรรค์ ความรู้และประสบการณ์ แต่มันคือบุคลิกและมุมมองของแต่ละคนที่ทำให้แบรนด์มีความแข็งแกร่งและมีลักษณะเฉพาะตัว  ทุกคนร่วมแบ่งปันความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศและความใส่ใจในรายละเอียด รวมถึงความสามารถที่โดดเด่นในการก้าวไปสู่ความท้าทายและเปลี่ยนจินตนาการและความคิดให้กลายเป็นรูปธรรม  เหนือสิ่งอื่นใดพวกเขาคือกลุ่มคนที่มุ่งมั่นเพื่อความสมบูรณ์แบบอยู่ตลอดเวลา เพราะพวกเขาจะไม่ยอมรับสิ่งที่มีคุณภาพไม่ถึง ผมแน่ใจว่า Sir Henry Royce เองก็จะภูมิใจที่ได้ทำงานเคียงข้างพวกเขา เพราะผมเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันในทุก ๆ วัน